ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โลโก้เทศบาลเมืองสุเทพ

เทศบาลเมืองสุเทพ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ของเทศบาลเมืองสุเทพ

โลโก้เทศบาลเมืองสุเทพ

เทศบาลเมืองสุเทพ

ตำบลสุเทพน่าอยู่ มุ่งสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้ประชาชนสุขภาพดี มีรายได้ ภายใต้การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

E-Service

งานบริการประชาชน เทศบาลเมืองสุเทพ

?>

ข่าวกิจกรรมการดำเนินงานของเทศบาล

ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง

ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่องประกวดราคาซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซีฯ 28 พ.ค. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่องประกวดราคาซื้อโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องเล่นสนามกลางแจ้ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล 07 พ.ค. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์และศูนย์ป้องกันไฟป่าบ้านดอยปุย ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 10 เม.ย. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 2 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 06 มี.ค. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนสายทาง ชม.ถ 84-0018 สายบ้านใหม่หลังมอ 10 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 20 ก.พ. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนสายทาง ชม.ถ 84-0052 บ้านร่ำเปิง 2 หมู่ที่ 5 ตำบลสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 19 ก.พ. 69
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ประจำไตรมาสที่ 2 (เดือน มกราคม พ.ศ. 2569 ถึง เดือน มีนาคม พ.ศ. 2569) 30 เม.ย. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 2 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 09 เม.ย. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาโครงการปรับปรุงถนนสายทาง ชม.ถ 84-0052 บ้านร่ำเปิง 2 หมู่ที่ 5 ตำบลสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 16 มี.ค. 69
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสาคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ประจำไตรมาสที่ 1 เดือน ตุลาคม 2568 ถึงเดือน ธันวาคม 2568 23 ม.ค. 69
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อครุภัณฑ์การเกษตร จำนวน ๒ รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 22 ธ.ค. 68
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาโครงการปรับปรุงลำเหมืองสาธารณประโยชน์บ้านโป่งน้อย หมู่ที่ ๖ โดยก่อสร้างคลองระบายน้ำ ค.ส.ล. ขนาดปากรางกว้าง ๐.๓๐ เมตร ลึก ๐.๖๐ เมตร ฯ 20 ต.ค. 68
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน (TOR) ประกวดราคาซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซีฯ ครั้งที่ 3 20 พ.ค. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ประกวดราคาซื้อ โครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องเล่นสนามกลางแจ้ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล 29 เม.ย. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน (TOR) ประกวดราคาซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซีฯ 29 เม.ย. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ประกวดราคาซื้อซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซี กำลังแรงม้าสู 30 มี.ค. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 2 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 20 ก.พ. 69
ร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ซื้อรถยนต์ตรวจการณ์ จำนวน ๑ คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 03 ธ.ค. 68
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาซื้อเครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นกระแทกแบบ Focused ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลตำบลสุเทพ เทศบาลตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 01 ส.ค. 67
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น ชม.ถ. ๘๔-๐๐๗๒ สายบ้านโป่งน้อย ๖ หมู่ที่ ๖ บ้านโป่งน้อย ตำบลสุเทพ ฯ 18 ก.ค. 67
ประกาศ เทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศเชิญชวน ประกวดราคาซื้อรถบรรทุก (ดีเซล) ขนาด ๑ ตัน จำนวน ๑ คัน โดยวิธีคัดเลือก 05 ก.ค. 67
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาซื้อเครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นกระแทกแบบ Focused ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลตำบลสุเทพ เทศบาลตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 27 มิ.ย. 67
ประกาศ เทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศเชิญชวน ประกวดราคาซื้อรถบรรทุก (ดีเซล) ขนาด ๑ ตัน จำนวน ๑ คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 17 เม.ย. 67
ประกาศ เทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศเชิญชวน ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลสุเทพ (หลังใหม่) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 01 เม.ย. 67

ข้อมูลท่องเที่ยว

เทศบาลเมืองสุเทพ

วัดศรีโสดา

วัดศรีโสดา วัดศรีโสดา ก่อสร้างขึ้นโดย ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาหรือครูบาศีลธรรม ได้รับการจารึกเป็นประวัติศาสตร์คู่นครเชียงใหม่ เพราะเป็นจุดลงจอบแรกการขุดถนนขึ้นดอยสุเทพ โดยมีเจ้าแก้วนวรัฐเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่สมัยนั้น ได้ลงจอบแรกเป็นปฐมฤกษ์ วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๔๗๗ เป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางบุญ สำหรับสัญจรไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านป่าเขาที่สูงชันทุรกันดารหุบเหวลึก ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร ใช้เวลาสร้าง ๕ เดือน ๒๒ วัน สำเร็จด้วยพลังศรัทธาประชาชน นับเป็ผลงานที่ยิ่งใหญ่ของครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นสิริมงคลสักครั้งหนึ่งในชีวิต ความสำคัญและผูกพันกบการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ พ.ศ. ๒๔๗๗ เริ่มจากหลวงศรีประกาศนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้น คิดจะนำไฟฟ้าขึ้นไปติดตั้งบนดอยสุเทพแต่ไม่มีงบประมาณ จึงได้ขอพึ่งบุญบารมีครูบาศรีวิชัย ท่านเห็นด้วยแต่ขออธิษฐานดูก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่ ท่านอธิษฐานถึง ๒ ครั้ง ปรากฏว่าเป็นไปได้ยากแต่การสร้างถนนขึ้นไปจะเสร็จกว่า จึงตกลงสร้างถนน ณ จุดเริ่มต้นบริเวณเชิงดอยสุเทพซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดศรีโสดาในปัจจุบัน ระหว่างการสร้างถนน ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยได้สร้างวัดขึ้นควบคู่กันไป ๔ วัด โดยตั้งชื่อให้มีความหมายเกี่ยวโยงถึงขั้นคุณภาพที่ผู้ปฏิบัติธรรมพึงบรรลุได้คือมรรค ผล นิพพาน เทียบพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ๔ ชั้น วัดแรกที่สร้างคือ วัดโสดาบัน  ต่อมาไปอีก ๔ กิโลเมตร สร้าง วัดสกิทาคามี ถัดไปอีกเรียกว่า วัดอนาคามี ลำดับสุดท้ายบนยอดดอยสร้างอีกวัดหนึ่งเรียกว่า  วัดอรหันต์ วัดโสดาบัน ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดศรีโสดา" ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานว่าเปลี่ยนในสมัยใดน่าจะอยู่ในช่วงพ.ศ. ๒๔๘๔-๒๕๐๙ สมัยครูบาเสาร์ นารโท เป็นเจ้าอาวาส สาเหตุที่เติมคำว่า "ศรี" สันนิษฐานว่ามาจากชื่อ ครูบาศรีวิชัย เพื่อเป็นอนุสรณีย์ ยกย่องเชิดชู รำลึกคุณูปการที่ท่านสร้างวัดศรีโสดาขึ้นมา

ร้านลาบริมคลอง

ร้าน(ลาบริมคลอง) ร้านนี้อยู่ใกล้ๆกับเทศบาลตำบลสุเทพ  โดยจะตั้งอยู่คนละฝั่งริมถนน  เลียบคลองชลประทาน จากตลาดต้นพยอม ผ่านโรงแรม ศิรินาถการ์เด้นไปนิดหน่อย เส้นทางระหว่างขับมาที่ร้านอยู่ระดับต่ำกว่าถนน จะมีป้ายร้าน ?ลาบริมคลอง? ทางซ้ายมือ เปิดบริการ วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08:00 - 15:00 น.

วัดร่ำเปิง

วัดตโปทาราม (ร่ำเปิง) ประเภท    วัดราษฎร์ นิกาย        มหานิกาย ที่ตั้ง        ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ประวัติวัดตโปทาราม (ร่ำเปิง) เหตุการณ์ล่วงผ่านไปในอดีต ในสมัยพระยามังรายองค์ที่ 12 ปกครองเมืองเชียงใหม่ ท่านมีพระราชโอรสนามว่า ท้าวศรีบุญเรือง ต่อมามีคนกล่าวหาว่าท้าวศรีบุญเรืองเตรียมการจะกบฏ พระเจ้าติโลกราชจึงแก้ไขสถานการณ์ด้วยการให้ไปปกครองเมืองเชียงแสนและเชียงรายแทน ต่อมา ท้าวศรีบุญเรือง มีพระราชโอรส ซึ่งประสูติบนยอเขาสูงในเชียงราย (ยอดดอกบัว) ท่านได้ประทานนามพระราชโอรสว่า ?พระเจ้ายอดเชียงราย? จนกระทั่งวันหนึ่ง ติโลกราชถูกเพ็ดทูลจากนางหอมุข พระสนมเอกว่าท้าวศรีบุญเรืองเตรียมการก่อกบฏอีก จึงมีพระกระแสรับสั่งให้ปลงพระชนม์พระราชโอรสเสีย และหลังจากนั้นทรงโปรดให้ราชนัดดา คือ พระเจ้ายอดเชียงราย ครองเมืองเชียงรายสืบต่อมา เหตุการณ์ต่อจากนั้น มีพระธุดงค์รูปหนึ่งปักกลดตรงบริเวณวัดร่ำเปิงในปัจจุบัน ท่านทูลพระเจ้ายอดเชียงรายว่าเมื่อตอนกลางคืน ท่านเห็นรัศมีสว่างบริเวณต้นมะเดื่อซึ่งไม่ห่างจากที่ท่านปักกลด จึงสงสัยว่าน่าจะมีพระธาตุประดิษฐานอยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อพระเจ้ายอดเชียงรายทราบดังนี้ จึงอธิษฐานว่า ถ้าที่แห่งนั้นมีพระบรมธาตุฝัง อยู่ ขอให้ช้างพระที่นั่งที่ท่านกำลังทรงไปหยุด ณ ที่แห่งนั้น จากนั้นช้างเดินไปหยุดที่ใต้ต้นมะเดื่อ พระองค์จึงขุดดินบริเวณนี้และพบพระธาตุเขี้ยวแก้วบรรจุอยู่ในผอบดินแบบเชียง แสน พระองค์จึงทรงทำพิธีสมโภช และอธิษฐานขอเห็นอภินิหารของพระบรมสารีริกธาตุนั้นจากนั้นจึงบรรจุลงในผอบทอง แล้วนำไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณนั้น และจารึกประวัติหารสร้างวัดนี้ ลงในศิลาจารึกเป็นตัวหนังสือฝักขาม แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ?วันศุกร์ขึ้นสามค่ำเดือนเจ็ด ปีชวด พุทธศักราชสองพันสามสิบหาปี เวลา 08.20 น. ได้ฤกษ์ภรณี (ดาวงอนไถ) ได้โยคมหาอุจจ์? โดยมีพระนางอะตะปาเทวี ซึ่งเป็นพระมเหสี ดำเนินการสร้างแต่งตั้งคณะกรรมการทั้งที่เป็นพระมหาเถระและผู้สร้างฝ่ายอาณาจักร นอกจากนี้ยังมีการสร้างพระพุทธรูปเป็นประธาน และพระพุทธรูปตามซุ้มที่พระธาตุเจดีย์กับได้สร้างพระไตรปิฏกและพระราชทานทรัพย์ (นา) เงิน (เบี้ย) เป็นจำนวนมหาศาล จากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาพื้นที่วัดและลักลอบขุดพระธาตุเจดีย์ได้นำวัตถุโบราณและพระพุทธรูปไป ส่วนอุโบสถ และวิหาร ชำรุดทรุดโทรมลง วัดนี้จึงร้างมาหลายยุคสมัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2514 ได้สร้างพระวิหารขึ้นใหม่ จากนั้นอาราธนาพระภิกษุชาว บ้านร่ำเปิงรูปหนึ่งชื่อ หลวงปู่จันทร์สม หรือ ครูบาสม มาปกครองดูแลวัดจนวิหารสร้างเสร็จเสร็จในปี พ.ศ. 2516 ในปีเดียวกัน ท่านถึงแก่มรณภาพ วัดจึงขาดพระจำพรรษาจนถึงปลายปี 2517 ส่วนวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระประธานนั้นมีต้นไม้ขึ้นรกปกคลุมมาก แผ่นศิลาจารึกได้จมดินอยู่ในวิหาร ปี พ.ศ. 2484 คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ประชุมตกลงกันให้อัญเชิญพระประธานไปประดิษฐานไว้ ณ ด้านหลังพระวิหารวัดพระสิงห์วรมหาวิหารในจังหวัดเชียงใหม่ และได้ร่วมกับกรรมการวัดทั้งผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ทำการก่อสร้างพระวิหารขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2515 เมื่อปี พ.ศ. 2519 มีการสร้างอุโบสถที่มีอยู่ในเลา มีผู้มีจิตศรัทธาช่วยซ่อมให้ได้ใช้ในการปฏิบัติสังฆกรรมมาจนถึงปัจจุบัน พระพุทธรูปพระประธานนั้นมีอายุประมาณ 700-800 ปี และมีชื่อว่า หลวงพ่อศรีอโยธยา พระครูพิพัฒน์คณาภิบาล (ทอง สิริมงคโล) เป็นเจ้าอาวาสวัดเมืองมางและเป็นอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระประจำสำนักวัด เมืองมาง ได้ธุดงค์วัตรมาปักกลดอยู่บริเวณวัดร่ำเปิงนี้ ได้เล็งเห็นว่าสถานที่เหมาะแก่การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน จึงมีโครงการที่จะขยายงานวิปัสสนากรรมฐานขึ้นอีกแห่งหนึ่งจึงได้มาจำพรรษาอยู่ทีวัดร่ำเปิง(ตโปทาราม) แห่งนี้ และชักชวนชาวบ้าน ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ฟื้นฟูขึ้นจนสำเร็จ ในปี พ.ศ. 2533 ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์จากพระครูชั้นพิเศษเป็นพระราชคณะที่ราชทินนาม ?พระสุพรหมยานเถร? และในปี พ.ศ. 2534 พระครูภาวนวิรัชได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ โดยท่านเจ้าอาวาสรูปใหม่ ท่านสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านเจ้าคุณฯพระอาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส อีกทั้งได้ก่อสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม 3 ชั้น เพื่อส่งเสริมในด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยเฉพาะในด้านพระอภิธรรม นอกจากนี้ได้สร้าง อาคาร ?80 ปี พระราชพรหมาจารย์? ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับพุทธศาสนิกชน วัดนี้เป็นแหล่งวิปัสสนากรรมฐานทางภาคเหนือที่ทำการอบรมพระกรรมฐานในแนวสติปัฎฐาน 4 ปัจจุบันมีชาวไทยและชาวต่างประเทศ สนใจมาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกันอย่างมากมาย นอกจากนี้วัดนี้เป็นแห่งแรกที่มีพระไตรปิฏกฉบับล้านนา อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวมที่มีพระไตรปิฏกฉบับภาษาต่าง ๆ มากที่สุดในโลก

วัดป่าแดงมหาวิหาร

วัดป่าแดงมหาวิหารหรือรัตตนวนราม ตั้งอยู่เลขที่ 71 หมู่ 14 (บ้านใหม่หลังมอ) ซ.4 ถนนสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายมีที่ดินทั้งหมด 3 แปลง เนื้อที่ 17 ไร่ 66 ตารางวา ปัจจุบันมีพระครูโฆสิตปริยัตยาภรณ์ เป็นเจ้าอาวาส สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1974 โดยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย เพื่อเป็นที่พำนักของพระมหาญาณคัมภีร์และคณะซึ่งเดินทางกลับจากการศึกษาพระพุทธศาสนาจากประเทศศรีลังกา ในขณะเดียวกันพระมหาญาณคัมภีร์ได้อัญเชิญพระไตรปิฎกพระพุทธรูป และต้นโพธิ์มาปลูกในวัดแห่งนี้ วัดป่าแดงมหาวิหาร จึงเป็นศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาฝ่ายสิงหลในล้านนาไทย พระเจ้าติโลกราชทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากทรงผนวชชั่วคราว ณ อารามแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ.1990 โดยมีพระมหาญาณมงคลเป็นพระราชอุปัชฌาย์ มีพระอตุลสกัตยาธกรณะเป็นพระอนุสาวนาจารย์ สิ้นราชวงศ์เม็งราย เชียงใหม่อยู่ใต้การปกครองของพม่ากว่า 200 ปี ทำให้วัดป่าแดงมหาวิหารถูกทอดทิ้งจนชำรุดทรุดโทรม ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ได้มีการสร้างที่พักสงฆ์ขึ้นและมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษามาจนถึงปัจจุบัน

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นพระตำหนักประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระตำหนักนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503 ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บน กิโลเมตรที่ 19 ห่างจากวัดพระธาตุดอยสุเทพประมาณ 4 กิโลเมตร พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์จะเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมทุกวัน ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้เสด็จแปรพระราชฐาน

วังบัวบาน

วังบัวบาน วังบัวบาน เป็นชื่อวังน้ำที่อยู่เบื้องล่างชะง่อนผาสูงบริเวณเหนือน้ำตกห้วยแก้ว ซึ่งอยู่ในเขตตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เชียงใหม่ วังน้ำนี้เดิมเรียกว่า "วังคูลวา" หรือ "วังกุลา" ด้วยมีเรื่องเล่ามาก่อนว่ามี "คูลวา-กุลา"ซึ่งหมายถึงแขกคนหนึ่งพลัดตกลงไปตายในวังน้ำแห่งนี้ คำว่า "คูลวา-กุลา" ในภาษาล้านนาหมายถึงแขกหรือฝรั่งชาวต่างชาติซึ่งถือว่าไม่เป็นที่พึงต้อนรับ วังน้ำที่เกิดเหตุจึงได้ชื่อดังกล่าว ทั้งนี้ บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ นักเขียนสารคดีเชิงบันทึกเหตุการณ์กล่าวไว้ว่ามีการเปลี่ยนชื่อ เป็น "วังบัวบาน" เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๗ โดยเหตุที่มีหญิงชื่อ "บัวบาน" ตกลงไปตายในวังน้ำนี้อีก วังน้ำอาถรรพณ์นี้จึงเปลี่ยนมาเรียกชื่อว่า "วังบัวบาน" เรื่องราวการตายของบัวบานมีการโจษจันกันอยู่สองกระแส บ้างเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย บ้างว่าเป็นเพราะหญิงคนงามดังกล่าว พลัดตกโดยอุบัติเหตุ แต่ก็มีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว จากการให้สัมภาษณ์ของนายศิริพงษ์ ศรีโกศัย(นักจัดรายการวิทยุที่ใช้นามแฝงว่า"ย่าบุญ" เมื่อ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๐) เล่าว่าที่ตั้งบ้านของบัวบาน ปัจจุบันอยู่ฟากถนนตรงกันข้ามกับอาคารอำนวยการหลังเก่าของโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่ มีอาชีพเป็นครูสอนในโรงเรียนดาราวิทยาลัย โรงเรียนซินเซิง โรงเรียนฮั่วเคี้ยวและโรงเรียนฮั่วเอง ครูบัวบานมีคนรักเป็นนายทหารรักษาพระองค์ ต่อมาถูกทหารดังกล่าวสลัดรัก บัวบานจึงเสียใจมากและได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการกระโดดลงไปในวังน้ำแห่งนั้น ส่วนเจ้าบุญศรี ณ เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๑ ว่า ครูบัวบานมีสถานที่อยู่ตรงกันกับที่กล่าวมาแล้ว แต่ให้ข้อมูลเพิ่มว่าครูบัวบานเป็นคนสวยจนเป็นที่เล่าลือกันทั่วไป ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง (พ.ศ.๒๔๘๒-๒๔๘๘) ครูบัวบานคนสวยเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัดฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง เชียงใหม่ ครั้งนั้นได้มีทหารหน่วยราบจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาตั้งอยู่ที่วัดฟ้าฮ่ามด้วย นายร้อยตรีหนุ่มรูปงามในกองทหารนั้นได้พบกับครูบัวบานคนสวยบ่อยครั้งเข้าก็สนิทสนมแล้วกลายเป็นคู่รักและได้เสียกันขึ้น ต่อมานายร้อยตรีผู้นั้นกลับลงไปกรุงเทพฯ ตามคำสั่งพร้อมกับคำสัญญาว่าจะขึ้นมาแต่งงานกับครูบัวบานคนงาม แต่คำสัญญานั้นลงท้ายก็กลายเป็นคำลวงเพราะนายร้อยตรีนั้นมีภรรยาอยู่แล้ว ครูบัวบานรออยู่นานจนผิดสังเกตและเห็นว่าครรภ์โตมากขึ้น เมื่อแน่ใจว่าตนถูกหลอกแน่แล้วจึงตัดสินใจไปกระโดดน้ำตาย ในบทความชื่อ "วังบัวบาน"ของสมาน ไชยวัณณ์ ตีพิมพ์ในวารสาร "คนเมือง ฉบับดำหัว" ต้อนรับสงกรานต์ ๒๕๑๑ กล่าวว่าครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุ โดยอ้างเอาคำสารภาพก่อนตายของอดีตครูประชาบาลคนหนึ่งซึ่งเป็นคนรักของครูบัวบาน ผู้เขียนบทความกล่าวว่าตนรู้จักกับครูบัวบานเป็นอย่างดี และตนมีอายุอ่อนกว่าครูบัวบาน ๘-๙ ปี ครูบัวบานเป็นสมาชิกของตระกูลและครอบครัวของผู้มีชื่อเสียงดี ฐานะดี จบการศึกษาจากโรงเรียนฝรั่งที่มีชื่อในเชียงใหม่ แล้วได้เป็นครูสอนที่โรงเรียนนั้น และครูบัวบานมีความสัมพันธ์ฉันคนรักกับครูประชาบาลคนหนึ่ง ผู้เขียนบทความเล่าว่าในขณะที่อดีตครูประชาบาลคนรักเก่าของครูบัวบานป่วยหนักอยู่ในบ้านกลางเมืองเชียงใหม่ วันหนึ่งได้ออกปากเล่าแก่ภรรยา บุตรและญาติสนิทว่าตนเคยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับครูบัวบาน ทั้งๆ ที่ตนก็มีภรรยาอยู่แล้ว เมื่อครูบัวบานตั้งท้องแล้วก็ได้นัดครูประชาบาลคนรักไปตกลงกันในที่ปลอดคนแห่งหนึ่งบนห้วยแก้ว ครูบัวบานขอให้จัดแต่งงานเสียเพื่อมิให้เป็นที่ละอายแก่ชาวบ้านและเพื่อเห็นแก่ทารกในครรภ์ หลังจากที่ต่างก็ให้เหตุผลกันเป็นเวลานาน ครูประชาบาลก็สรุปว่าตนยังไม่อาจด่วนทำอะไรลงไปได้เพราะมีลูกเมียอยู่แล้ว ครู บัวบานไม่อาจทนฟังต่อไปได้จึงผละจากแล้ววิ่งหนีไปโดยไม่ใส่ใจระมัดระวังในเส้นทาง และได้พลาดตกจากหน้าผาลงสู่ "วังคูลวา-กุลา" และเสียชีวิตโดยไม่อาจช่วยได้ทัน ครูประชาบาลคนนั้นเสียใจเป็นที่สุด ด้วยความตกใจและกลัวโทษ ก็ได้แต่แอบซ่อนตัวกลับลงมาจากห้วยแก้วและไม่ยอมปริปากให้ผู้ใดได้ล่วงรู้ เมื่อมีคนไปพบศพครูบัวบานแล้ว เรื่องหญิงงามที่ตายในวังน้ำก็ได้กลายเป็นหัวข้อที่กล่าวขานกันทั่วเมือง ผู้เขียนบทความกล่าวว่าด้วยผลกรรมที่ทำให้ครูบัวบานต้องตายนั้น ครั้งหนึ่งได้เกิดพายุใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ แรงพายุได้โหมกระหน่ำทำให้มะพร้าวต้นหนึ่งล้มฟาดลงมาทับหลังของครูประชาบาลผู้นั้นจนหลังหักและกลายเป็นอัมพาต เขาจึงลาออกจากราชการมาอยู่กับครอบครัว และยังชีพอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญ จนเมื่อล้มป่วยหนักจึงได้ปริปากบอกเรื่องของตนกับครูบัวบาน พร้อมกับย้ำว่าครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุ มิได้ตั้งใจจะฆ่าตัวตาย จากการศึกษาของ สุธาทิพย์ สว่างผล ในวิทยานิพนธ์ปริญญาโท สาขาภาษาและวรรณ-กรรมล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๓๑ กล่าวว่า ในหนังสือ นิทานพื้นบ้านไทย ของ วสันต์ ปัณฑวงศ์ พ.ศ.๒๕๒๒ กล่าวถึงเรื่องของครูบัวบานในแง่ที่แผกออกไป โดยกล่าวว่า มีปลัดอำเภอหนุ่มรักกับลูกสาวคหบดีชื่อบัวบานและได้หมั้นหมายกันไว้โดยที่ไม่มีผู้ใดขัดข้อง แต่อุปสรรคที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะปลัดอำเภอเป็นทาสการพนันทุกชนิด ทำให้เกิดหนี้สินจนต้องยักยอกเงินของทางราชการไปใช้หนี้และเล่นการพนันด้วย ต่อมาได้ขอเงินจากบัวบานว่าจะไปใช้หนี้ราชการ แต่กลับนำไปเล่นการพนันอีกจนหมด จากนั้น ปลัดอำเภอหนุ่มได้นัดบัวบานไปสารภาพผิดที่หน้าผา แต่ทั้งคู่กลับทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนบัวบานทนไม่ได้จึงกระโดดหน้าผาตาย ส่วนปลัดอำเภอหนุ่มทาสพนันนั้นไม่มีการกล่าวถึงอีกว่าได้โดดหน้าผาตามหรือไม่ และเรื่องของครูบัวบานนี้ สุธาทิพย์ สว่างผล ได้ไปสัมภาษณ์คนที่สนิทกับครอบครัวของครูบัวบานผู้หนึ่งชื่อ นางอรุณ หมู่ละสุคนธ์ ๑๓๐ ถนนแก้วนวรัฐ อ.เมือง เชียงใหม่ เมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๑ ซึ่งได้ความว่าบัวบานและหนุ่มชาวภาคกลางได้รักกันโดยไม่มีผู้ใดขัดขวาง และบัวบานได้ตายเพียงผู้เดียว เมื่อบัวบานตายแล้วชายหนุ่มก็หายหน้าไป ญาติของบัวบานต่างคิดว่าเป็นการฆาตกรรมแต่ผู้เล่าเห็นว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือบัวบานอาจกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายก็ได้ จากความตายอย่างน่าสะเทือนใจของครูสาวคนงามทำให้มีผู้โจษจันกันอย่างกว้างขวาง ในครั้งนั้น กล่าวกันว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งอยู่ที่วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ อ.สารภี เชียงใหม่ ได้นำเรื่องนี้มาแต่งเป็นคำกลอนตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ภิกษุรูปนั้นว่ากันว่าใช้นามปากกาว่า "เลิศ ลานนา" ซึ่งก็ว่าเป็นนามปากกาของนักเขียนสารคดีคนสำคัญของเชียงใหม่ชื่อ บุญเลิศ พิงค์พราวดี (บ้างก็ว่าภิกษุที่แต่งกลอนนั้นเป็นพระอยู่ที่วัดดอยสุเทพ) และว่าต่อมา "สนิท ส." (สนิท สิริวิสูตร) ผู้เป็นนักแต่งเพลง ซึ่งมีถิ่นกำเนิดที่เชียงใหม่ก็ได้นำบทกลอนดังกล่าวนั้นมาปรับปรุงขึ้นอีก แล้วแต่งเป็นเพลงชื่อ "วังบัวบาน" โดยมี อรุณ หงสวีณ เป็นผู้แต่งทำนอง และ มัณฑนา โมรากุล เป็นผู้ขับร้อง อัดแผ่นเสียง โดย อุดม รุ่งเรืองศรี

ติดตามผ่านโซเชียลมีเดีย

Facebook และ YouTube

Facebook Page
YouTube Channel