ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ของเทศบาลเมืองสุเทพ
ตำบลสุเทพน่าอยู่ มุ่งสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้ประชาชนสุขภาพดี มีรายได้ ภายใต้การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
งานบริการประชาชน เทศบาลเมืองสุเทพ
745
83
144
106
184
67
159
283
241
0
3
เทศบาลเมืองสุเทพ
ร้านอาหาร คุ้มเวียงยอง ให้บริการอาหารเหนือ เช่นลาบหมูคั่ว, แกงฮังเล, แกโฮะ, ไก่เมืองนึ่ง, แกงผักหวานป่า, ข้าวเหนียวกล้องฯ นอกจากนี้คุ้มเวียงยอง ยังแบ่งส่วนหนึ่งของร้านตกแต่งให้เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม จัดจำลองเป็นห้องครัวเก่าแก่แบบโบราณ ชวนให้มาศึกษาถึงการปรุงอาหารในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี อีกด้วย ที่อยู่ 99/9 หมู่5 อาคาร โครงการบ้านสวนนันทขว้าง ถนนคลองชลประทาน ตำบลสุเทพ เปิดทุกวัน เวลา 10.00 - 22.00 น
ร้าน The Volcano (เดอะ โวลคาโน่) เป็นร้านขนมปังปิ้งแนวใหม่ตั้งอยู่ถนนสุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ 50000 หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตรงข้ามคณะศึกษาศาสตร์ เข้าไปในร้านแล้วหยิบป้ายตัวอักษรภาษาอังกฤษ เพราะเวลาสั่งให้เขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษลงไปในใบรายการด้วย พนักงานจะได้นำมาเสริฟ์ได้ถูกโต๊ะ มีรายการหลากหลายให้เลือกมากมาย มีขนมปัง ท็อปปิ้งและพร็อพ สามารถสร้างเมนูในแบบที่เราชอบได้ เวลาเปิดร้าน(ทุกวัน):11:00-23:00 น. เบอร์ติดต่อ 088-2613001
อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย<25 ต.ค.54> อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ดอยสุเทพไม่เพียงแต่เป็นที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ที่ประทับช่วงฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทว่าดอยสงบแห่งนี้ยังสมบรูณ์ด้วยสภาพธรรมชาติทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าโดยเฉพาะนกประกอบกับการเดินทางที่สะดวก เพราะเชิงดอยอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 6 กิโลเมตร ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆให้เที่ยวชมได้ตลอด ดอยสุเทพ เดิมชื่อว่า "ดอยอ้อยช้าง" สำหรับดอยสุเทพที่เรียกกันในปัจจุบันนี้เป็นชื่อที่ได้มาจาก "พระฤาษีวาสุทเพ" ซึ้งเคยบำเพ็ญตบะอยู่ที่เขาลูกนี้เมื่อพันกว่าปีมาแล้ว แต่เดิมก่อนที่ป่าดอยสุเทพจะได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ได้มีพระราชกฤษฏีกากำหนดให้เป็นป่าหวงห้าม ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 81 ตอนที่ 124 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2507 และได้มีมติคณะรัฐมนตรีประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติพิเศษเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2510 ในขณะเดียวกันกองบำรุง กรมป่าไม้ได้จัดสถานีวนกรรมภาคเหนือขึ้นในพื้นที่บริเวณดอยสุเทพเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำการศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับการปลูกป่าในที่สูง การปลูกป่าทดแทนพื้นที่ที่ถูกบุกรุก และการทดลองปลูกพืชพรรณไม้ต่างถิ่น เช่น สน ยูคาลิปตัส และไม้เมืองหนาวอีกหลายชนิด ซึ่งยังคงสภาพอยู่หลายแปลงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติในปัจจุบัน ในปีพ.ศ. 2516 ทางราชการได้กำหนดป่าดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ และป่าอื่นๆในท้องที่จังหวัดต่างๆรวม 14 ป่า ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงส่ง นายปัญญา บุญสมบรูณ์ ออกไปดำเนินการสำรวจป่าดอยสุเทพ-ปุย หลังจากนั้นคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติจึงได้มีมติให้กำหนดพื้นที่ที่เป็นป่าธรรมชาติที่อุดมสมบรูณ์ โดยกันพื้นที่ราษฏรออกไป และมีพระราชกฤษฏีกากำหนดบริเวณที่ดินป่า ดอยสุเทพ ในท้องที่ตำบลโป่งแยง ตำบลแม่แรม ตำบลแม่สา ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม ตำบลบ้านปง ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง และตำบลช้างเผือก ตำบลสุเทพ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 57 วันที่ 14 เมษายน 2524 ครอบคลุมพื้นที่ 100,662 ไร่ หรือ 161.06 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 24 ของประเทศ ต่อมาในเดือนกันยายน พ.ศ.2525 ได้มีพระราชกฤษฏีกาขยายขอบเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ครอบคลุมบริเวณน้ำตกแม่สา น้ำตกตาด-วังฮาง น้ำตกตาดหมอกฟ้า และพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารโดยรอบของน้ำตกทั้งสามแห่งในพื้นที่ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง และตำบลแม่แรม ตำบลโป่งแยง ตำบลแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 62,500 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 163,162.50 ไร่ หรือประมาณ 261.06 ตารางกิโลเมตรโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 99 ตอนที่ 137 วันที่ 26 กันยายน 2525 ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะของพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ในแนวเทือกเขาถนนธงไชยที่สืบเนืองต่อจากเทือกเขาหิมาลัย ความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 330-1,685 เมตรจากระดับน้ำทะเลโดยมียอดดอยปุยเป็นจุดที่สูงที่สุดนอกจากนี้มียอดเขาต่างที่สูงลดหลั่นกันมา ได้แก่ ยอดดอยสุเทพที่บริเวณสันกู่สูง 1,601 เมตรยอดดอยแม่สาน้อย สูง 1,549 เมตรยอดดอยค่อมร่อง สูง 1,459 เมตร ยอดดอยบวกห้าบริเวณพระตำหนักภูพิงค์ราชวิเวศน์สูง 1,400 เมตร ที่ทำการอุทยานแห่งชาติสูง 1,130 เมตรจากระดับน้ำทะเล สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่อยู่ในเขตอำเภอแม่แตง มีความสูงอยู่ในระหว่าง 400-980 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะโครงสร้างทางธรณีของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยทั่วไปประกอบด้วย หินอัคนี ชนิดที่สำคัญได้แก่ หินแกรนิต นอกจากนี้ยังมีหินชั้นหินแปร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของตัวเมืองเชียงใหม่ และพื้นที่บางส่วนของอำเภอรอบๆ ได้แก่อำเภอแม่ริม อำเภอหางดง อำเภอสะเมิง และอำเภอแม่แตง มีลำห้วยที่สำคัญได้แก่ ห้วยตึงเฒ่า ห้วยแม่หยวก ห้วยแก้ว ห้วยช่างเคี่ยน ห้วยปงน้อย ห้วยแม่เหียะ ห้วยแม่นาไทร และห้วยแม่ปอน เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งต้น้ำลำธารที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง พืชพรรณและสัตว์ป่า สังคมพืชในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยสามารถจำแนกออกเป็นป่าเต็งรัง พบกระจายอยู่บริเวณรอบๆชายขอบของอุทยานแห่งชาติที่ระดับความสูงระหว่าง 330-850 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตามเนินเขาหรือสันเขาที่แห้งแล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านลาดทิศตะวันออกและทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติพืชพรรณส่วนใหญ่ประกอบด้วย เต็ง รัง เหียง พลวง พะยอม ก่อแพะ ก่อตาหมู รักใหญ่ แข้งกวาง หว้า ฯลฯ พืชอิงอาศัย ได้แก่ เอื้องแซะ เอื้องดอกมะขาม เอื้องแปรงสีฟัน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี มอส ไลแคน นมตำเลีย เก็ดนาคราช และหญ้าชนิดต่างๆเป็นต้น ป่าเบญจพรรณ พบกระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ในชั่นระดับความสูง 330-950 เมตรจากระดับน้ำทะเลมีไผ่ชนิดต่างๆขึ้นปะปนอยู่ลายชนิด พืชพรรณประกอบด้วย สัก ตะแบก ประดู่ มะเกิ้ม สมอไทย กาสามปีก สลีนก กระบก ซ้อ ฯลฯ พืชอิงอาศัย ได้แก่ เอื้องช้างกระ เอื้องขี้หมา เป็นต้น ป่าดิบแล้ง พบกระจายเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อยในชั้นระดับความสูงระหว่าง 400-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลตามบริเวณหุบเขา บริเวณต้นน้ำลำธาร เช่น บริเวณน้ำตกมณฑาธาร น้ำตกสันป่ายาง และห้วยแม่ลวด ฯลฯ ชนิดไม้ที่สำคัญได้แก่ยางแดง ยางนา ตะเคียนทอง ก่อเดือย ก่อแดง มะไฟป่า เสี้ยวป่าดอกขาว มะเกลือเลือด ฯลฯ พืชพื้นล่างจะเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบความชื้นสูงขึ้นอยู่อย่างแน่นทึบ เช่น กล้วยป่า หมากป่า เขือง หญ้าสองปล้อง เหมือดปลาซิว ตองสาด กระชายป่า ข่าลิง ผักเป็ดไทย ออส มันด้า กูด เฟิน หวายไส้ไก่ เป็นต้น ป่าดิบเขา พบในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไปจนถึงบริเวณดอยปุย ต้นไม้ในป่าจะมีพืชเกี่ยวเกาะขึ้นปกคลุมตามลำต้นและเรือนยอดอย่างหนาแน่น ที่สำคัญได้แก่ กล้วยไม้ชนิดต่างๆ ฝอยลม มอส คำขาวหรือกุหลาบพันปีสีขาว ฯลฯ พรรณไม้เด่นที่สำคัญได้แก่ ก่อแป้น ก่อเลือด ก่อนก มณฑาหลวง จำปีป่า สารภีดอย กำลังเสือโคร่ง อบเชย ทะโล้ กำยาน ฯลฯ ในบางแห่งมีสนสามใบขึ้นปะปนอยู่ พืชพื้นล่างประกอบด้วยหญ้าคา หญ้าใบไผ่ ม้าสามตอน กูดต้น ขิงป่า ข่าป่า และกระชายป่า เป็นต้น สัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยจัดได้ว่าเป็นทรัพยากรที่อยู่ในสภาพวิกฤติ ทั้งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและขนาดกลางมีจำนวนลดลงมาก เช่น เก้ง กวางป่า ลิง ชะนี ฯลฯ และสัตว์ขนาดใหญ่บางชนิดได้สูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง และเสือ เป็นต้น ปัจจุบันสัตว์ป่าที่ยังคงพบเห็นในพื้นที่ได้แก่ หมูป่า อีเห็นเครือ อีเห็นข้างลาย เม่นหางพวง อ้นเล็ก กระจ้อน กระเล็นขน ปลายหูสั้น ค้างคาวมงกฏเล็ก หนูขนเสี้ยนดอย หนูท้องขาว เฒ่าปูลู จิ้งจกบ้านหางแบนเล็ก กิ้งก่าหัวแดง งูสายม่านพระอินทร์ งูแส้หางม้าเทา อึ่งกรายหัวเล็ก กบหนอง อึ่งขาคำ และนกนานาชนิดกว่า 300 ชนิดเช่น นกกระจิบหญ้าสีข้างแดง นกกระทาทุ่ง นกกระเต็นน้อย นกกางเขนบ้าน นกกาแวน นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกขุนแผน นกเขาใหญ่ นกจับแมลงคอแดง นกจาบคาหัวสีส้ม นกแซงแซวสีเทา นกเด้าดินทุ่ง นกตบยุงหางยาว นกปรอดทอง นกพญาปากกว้างอกสีเงิน นกหกเล็กปากแดง นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกอีวาบตั๊กแตน นกอีเสือหัวดำ เหยี่ยวนกเขาซิครา เป็นต้น
วัดป่าแดงมหาวิหารหรือรัตตนวนราม ตั้งอยู่เลขที่ 71 หมู่ 14 (บ้านใหม่หลังมอ) ซ.4 ถนนสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายมีที่ดินทั้งหมด 3 แปลง เนื้อที่ 17 ไร่ 66 ตารางวา ปัจจุบันมีพระครูโฆสิตปริยัตยาภรณ์ เป็นเจ้าอาวาส สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1974 โดยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย เพื่อเป็นที่พำนักของพระมหาญาณคัมภีร์และคณะซึ่งเดินทางกลับจากการศึกษาพระพุทธศาสนาจากประเทศศรีลังกา ในขณะเดียวกันพระมหาญาณคัมภีร์ได้อัญเชิญพระไตรปิฎกพระพุทธรูป และต้นโพธิ์มาปลูกในวัดแห่งนี้ วัดป่าแดงมหาวิหาร จึงเป็นศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาฝ่ายสิงหลในล้านนาไทย พระเจ้าติโลกราชทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากทรงผนวชชั่วคราว ณ อารามแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ.1990 โดยมีพระมหาญาณมงคลเป็นพระราชอุปัชฌาย์ มีพระอตุลสกัตยาธกรณะเป็นพระอนุสาวนาจารย์ สิ้นราชวงศ์เม็งราย เชียงใหม่อยู่ใต้การปกครองของพม่ากว่า 200 ปี ทำให้วัดป่าแดงมหาวิหารถูกทอดทิ้งจนชำรุดทรุดโทรม ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ได้มีการสร้างที่พักสงฆ์ขึ้นและมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษามาจนถึงปัจจุบัน
น้ำตกห้วยแก้ว อยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เมืองเชียงใหม่, เชียงใหม่ เป็นน้ำตกเล็กๆ สูงประมาณ 10 เมตร อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 6 กิโลเมตร มีน้ำไหลตลอดปี รอบๆ บริเวณสวยงามด้วยทิวทัศน์และร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด นอกจากนี้ยังมีที่พักผ่อนนำอาหารไปนั่งรับประทานกันที่ผาเงิบและวังบัวบานอันเป็นสุสานแห่งความรักของสาวบัวบานผู้ถือรักเป็นสรณะ
ร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย เป็นตำหนักเทพหอศิลป์จิตรกรรมไทยซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสนใจมากแห่งหนึ่งเป็นอาคาร 5 ชั้น สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2541 ผู้ก่อตั้งคือนายเข้ม มฤคพิทักษ์ มีความเป็นมาคือ ภูมิหลังผู้ก่อตั้งเกิดบนเรือนไม้โบราณริมแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จึงผูกพันกับไม้มาตั้งแต่เด็กโตขึ้นได้สะสมไม้เอาไว้มากมาย ปี 2541 ได้สร้างบ้านไม้เพื่อเป็นบ้านอยู่อาศัย ปูไม้พื้นเต็มหลังแล้วยังเหลือไม้อีกมากจึงเลือกไม้แผ่นใหญ่ๆประกอบเป็นบานประตูไม้แผ่นเดียวใช้สลักเดือยโบราณทำได้ 100 บาน ความลุ่มหลงในความงดงามของเนื้อไม้ที่มีทั้งไม้สักทอง ไม้ตะเคียนทอง ไม้ประดู่แดงและไม้มะค่า ทำให้ทนไม่ได้ที่จะปล่อยเนื้อไม้บานประตูให้เปลือยเปล่าจึงตระเวนไปตามวัดต่างๆในภาคกลางเพื่อเสาะหาภาพเทพทวารบาลที่เป็นงานจิตรกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายต่อรัตนโกสินทร์ตอนต้นราว 250-350 ปีมาแล้ว จากนั้นได้จ้างศิลปินจำลองภาพเทพทวารบาลที่คัดสรรแล้วไว้บนบานประตูบ้าน คำว่า "ร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย" มีที่มาจากการที่บานประตูมีเทพเทวารบาล จำนวน 100 บาน จึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว อาคารแห่งนี้เป็นสถานที่รวบรวมงานศิลปะไทยชั้นเยี่ยมมีพระพิฆเนศวรปางยืนสามเศียร หรือที่รู้จักกันว่าเป็น พระพิฆเนศองค์สูงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทำจากไม้ตะเคียนทองใหญ่ทีสุดความสูง 6 เมตร กว้าง 2.5 เมตร น้ำหนัก 5 ตัน มีบ้านประตูร้อยบาน ประดับภาพเทพทวารบาลตามแบบโบราณมีกระจกยักษ์แกะสลักลายครุฑยุดนาค เป็นงานศิลปะที่ทำด้วยมือทุกชิ้นใช้ช่างฝีมือหลายสกุลช่าง คำประกาศเจตนารมณ์ อาคารหลังนี้สร้างพ.ศ.2541 ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะเนรมิตสถานที่แห่งนี้ให้มีคุณลักษณะ 3 ประการ 1.เป็นหอศิลป์จิตรกรรมไทย 2.เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา 3.เป็นตำหนักประทับแห่งทวยเทพ บานประตูที่เป็นเทพทวารบาลมีทั้งหมดหนึ่งร้อยบาน จึงเป็นที่มาแห่งนามว่า "ร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย" งานศิลปะทุกชิ้นล้วนเป็นงานทำมือ ใช้ช่างฝีมือหลายสกุลช่างกว่า 50 คน ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ข้าพเจ้าหวังที่จะให้ผลงานทั้งหมดนี้เป็นมรดกศิลป์แผ่นดินสยาม ไปตราบนานเท่านานขออวยพรให้ทุกท่านที่เดินทางมาสักการะทวพเทพ และเสพศิลป์ จงพบแต่ความสุข สมหวัง มั่งคั่งร่ำรวย พร้อมกับขอใหมีสมองอันแจ่มใส อยู่บนร่างกายที่แข็งแรงประกาศ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2554 (เข้ม มฤคพิทักษ์ ผู้ก่อตั้ง) ร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย เปิดให้เข้าสักการะและเข้าเยี่ยมชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. สถานที่ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 79/7 ซอย 2 ถนนสุเทพ (อยู่สุดถนน หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
Facebook และ YouTube